ระบบองค์กรอ่าน 10 นาที

ระบบ ERP โรงงาน ซื้อสำเร็จรูปหรือพัฒนาเอง เลือกยังไงไม่ให้เสียของ

เกณฑ์ตัดสินใจระหว่าง ERP สำเร็จรูปกับระบบที่พัฒนาเอง ต้นทุนที่คนมักลืมคิดทั้งสองทาง และทางเลือกที่สามที่โรงงานส่วนใหญ่เหมาะกว่าการเลือกสุดทางใดทางหนึ่ง

โรงงานที่กำลังจะลงทุนกับระบบมักถูกวางให้เลือกระหว่างสองทาง คือซื้อ ERP สำเร็จรูปที่มีทุกอย่างครบ กับจ้างพัฒนาระบบเฉพาะของตัวเอง ทั้งสองฝั่งมีคนเชียร์และมีเคสที่ล้มเหลวพอกัน เพราะคำถามที่ควรถามจริง ๆ ไม่ใช่ "อันไหนดีกว่า" แต่เป็น "กระบวนการของเราพิเศษตรงไหน และพิเศษพอที่จะจ่ายเพื่อมันไหม"

คำถามจริงคือกระบวนการของคุณพิเศษแค่ไหน

ERP สำเร็จรูปคือกระบวนการทำงานมาตรฐานที่ถูกแปลงเป็นซอฟต์แวร์ ซื้อมาแล้วได้ของที่ผ่านการใช้งานจากโรงงานหลายพันแห่ง แลกกับการที่คุณต้องปรับวิธีทำงานเข้าหาระบบ ส่วนระบบที่พัฒนาเองคือการแปลงกระบวนการของคุณเป็นซอฟต์แวร์ ได้ของที่พอดีตัว แลกกับเวลา เงิน และความรับผิดชอบในการดูแลระยะยาว

ถ้ากระบวนการที่คุณทำอยู่เหมือนโรงงานทั่วไป การยืนยันจะทำแบบเดิมต่อไปคือการจ่ายเงินเพื่อรักษานิสัย ไม่ใช่เพื่อรักษาความได้เปรียบ แต่ถ้าวิธีทำงานบางส่วนคือเหตุผลที่ลูกค้าเลือกคุณ การยัดมันเข้าเทมเพลตมาตรฐานก็คือการทิ้งจุดแข็งไปเอง

เมื่อไหร่ควรซื้อสำเร็จรูป

  • งานหลักเป็นบัญชี คลัง จัดซื้อ และการเงิน ซึ่งมีมาตรฐานชัดและกฎหมายกำกับอยู่แล้ว
  • ต้องการขึ้นระบบให้ทันรอบปีบัญชีหรือเงื่อนไขของคู่ค้า
  • ยังไม่มีทีม IT ภายในที่จะดูแลระบบต่อเองได้
  • ยอมปรับกระบวนการเข้าหาระบบได้ และผู้บริหารพร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงนั้นจริง

ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุดและถูกมองข้ามบ่อยที่สุด โครงการ ERP ที่ล้มเหลวส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเพราะซอฟต์แวร์ไม่ดี แต่ล้มเพราะซื้อมาแล้วไม่มีใครกล้าเปลี่ยนวิธีทำงาน สุดท้ายจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทุกปีแต่ยังใช้ Excel เหมือนเดิม

เมื่อไหร่ควรพัฒนาเอง

  • กระบวนการที่จะทำเป็นระบบคือจุดที่สร้างความต่างให้ธุรกิจ ไม่ใช่งานหลังบ้านทั่วไป
  • เคยลองปรับ ERP สำเร็จรูปแล้วพบว่าต้องดัดแปลงเยอะจนราคาปรับแต่งแพงกว่าทำใหม่
  • ต้องเชื่อมกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์หน้างานที่ระบบมาตรฐานไม่รองรับ
  • ผู้ใช้หน้างานไม่ได้นั่งโต๊ะ ต้องใช้บนมือถือหรือแท็บเล็ตในสภาพแวดล้อมจริง

ข้อสุดท้ายเป็นเหตุผลที่เจอบ่อยในโรงงานไทย ระบบมาตรฐานหลายตัวออกแบบมาสำหรับคนนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ พอเอาไปให้ช่างที่มือเปื้อนน้ำมันใช้กลางไลน์ผลิต ต่อให้ฟีเจอร์ครบก็ไม่มีใครใช้

ทางที่สามที่โรงงานส่วนใหญ่เหมาะกว่า

ในทางปฏิบัติ โรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ปลายทางใดทางหนึ่ง คำตอบที่ใช้ได้จริงคือเก็บงานมาตรฐานไว้กับระบบสำเร็จรูป แล้วพัฒนาเฉพาะส่วนที่เป็นจุดต่างของคุณมาต่อกับมัน

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือการแจ้งซ่อมเครื่องจักร ระบบบัญชีและคลังยังอยู่บน ERP เดิม แต่ช่างสแกน QR Code ที่ติดอยู่กับเครื่องเพื่อแจ้งปัญหาจากหน้างานได้ทันที แล้วข้อมูลไหลกลับเข้าระบบหลัก วิธีนี้ได้ของที่พอดีกับหน้างานโดยไม่ต้องรื้อระบบบัญชีที่ใช้ได้ดีอยู่แล้ว

ต้นทุนที่คนลืมคิดทั้งสองทาง

ฝั่งซื้อสำเร็จรูป

  • ค่าลิขสิทธิ์รายปีที่เพิ่มตามจำนวนผู้ใช้ ซึ่งโตขึ้นทุกปีที่ธุรกิจโต
  • ค่าปรับแต่งให้เข้ากับงานจริง มักสูงกว่าค่าลิขสิทธิ์ปีแรกหลายเท่า
  • ค่าที่ปรึกษาและการอบรม ซึ่งต้องทำใหม่ทุกครั้งที่มีพนักงานเข้าใหม่
  • ความเสี่ยงเรื่องการย้ายออก ยิ่งใช้นานยิ่งย้ายยากและแพง

ฝั่งพัฒนาเอง

  • ค่าดูแลต่อเนื่องหลังส่งมอบ ทั้งแก้บั๊กและปรับตามกฎหมายที่เปลี่ยน
  • ความเสี่ยงเรื่องคนดูแล ถ้าไม่มีเอกสารและซอร์สโค้ดอยู่กับองค์กร การเปลี่ยนทีมจะกลายเป็นการทำใหม่
  • เวลาของคนในองค์กรที่ต้องมาร่วมออกแบบและทดสอบ ซึ่งเป็นต้นทุนจริงแม้ไม่ได้จ่ายออกไปข้างนอก
  • ค่าเซิร์ฟเวอร์และบริการภายนอกที่ระบบต้องใช้

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ

  1. เขียนกระบวนการปัจจุบันออกมาเป็นขั้นตอนจริง ไม่ใช่ตามที่คู่มือบอกว่าควรเป็น
  2. ทำเครื่องหมายว่าขั้นตอนไหนเป็นมาตรฐานทั่วไป ขั้นตอนไหนเป็นของเราจริง ๆ
  3. ถ้าส่วนที่เป็นของเราจริงมีไม่ถึงสองสามขั้นตอน ให้เอนไปทางสำเร็จรูปก่อน
  4. ประเมินต้นทุนห้าปี ไม่ใช่ปีแรก ทั้งสองทางเปลี่ยนอันดับกันบ่อยเมื่อมองยาว
  5. ถามให้ชัดว่าถ้าวันหนึ่งอยากเปลี่ยน จะเอาข้อมูลออกมาได้ยังไงและในรูปแบบไหน

ข้อสุดท้ายคือข้อที่คนถามน้อยที่สุดแต่เจ็บที่สุดเมื่อถึงเวลา ระบบที่ดีต้องยอมให้คุณเดินออกได้ ไม่ใช่ล็อกไว้ด้วยการทำให้ข้อมูลเอาออกยาก

คำถามที่พบบ่อย

พัฒนาระบบเองใช้เวลานานแค่ไหน
ขึ้นกับขอบเขต แต่แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือแบ่งเป็นเฟส เอาเส้นทางงานหลักเส้นเดียวขึ้นใช้จริงก่อนภายในไม่กี่เดือน แล้วค่อยต่อเติมจากของที่ใช้งานอยู่ ดีกว่ารอระบบสมบูรณ์ทั้งก้อนแล้วค่อยเปิดใช้
มี ERP อยู่แล้วแต่ใช้ไม่ครบ ควรทำยังไง
เริ่มจากหาสาเหตุก่อนว่าที่ไม่ได้ใช้เพราะระบบทำไม่ได้ หรือเพราะใช้งานยากจนคนเลี่ยงไปใช้วิธีเดิม สองสาเหตุนี้แก้คนละทาง กรณีหลังมักแก้ได้ด้วยการทำส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่เฉพาะงานที่คนต้องทำบ่อย โดยไม่ต้องเปลี่ยน ERP
ระบบที่พัฒนาเองเชื่อมกับ SAP หรือ ERP เดิมได้ไหม
ได้ ถ้าระบบเดิมเปิด API หรือมีช่องทางแลกเปลี่ยนข้อมูลที่รองรับ สิ่งที่ต้องตกลงตั้งแต่ต้นคือข้อมูลชุดไหนให้ฝั่งไหนเป็นเจ้าของ และถ้าสองฝั่งไม่ตรงกันจะยึดฝั่งใด

อยากให้ช่วยดูเคสของคุณโดยเฉพาะไหม

เล่าโจทย์มาคร่าว ๆ ได้เลย เราตีกรอบงบและระยะเวลาให้ฟรีตั้งแต่คุยครั้งแรก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ระบบองค์กร

เชื่อม LINE OA กับระบบหลังบ้าน ทำอะไรได้มากกว่าตอบแชทและ Broadcast

Day1Solution.tech

ตอบแชท LINE OA ด้วยมือเริ่มไม่ไหวเมื่อมีเจ้าหน้าที่หลายแผนกและลูกค้าทั่วประเทศ เล่างานจริงที่เชื่อม LINE OA กับระบบหลังบ้าน ส่งเรื่องให้ถูกคนตามแผนกและพื้นที่

อ่านบทความ15 นาที
เชื่อม LINE OA กับระบบหลังบ้าน ทำอะไรได้มากกว่าตอบแชทและ Broadcast
นักพัฒนาสองคนนั่งทำงานหน้าจอที่เปิดโค้ดอยู่ในออฟฟิศ
ระบบองค์กร

ระบบเก่าที่ใช้มาสิบปี ควรเขียนใหม่หรือค่อย ๆ ปรับดี

Day1Solution.tech

ระบบเดิมช้าและแก้ยาก แต่ยังรันงานจริงทุกวัน บทความนี้ให้เกณฑ์ตัดสินว่าควรเขียนใหม่ แทนทีละส่วน หรือปรับของเดิม พร้อมต้นทุนที่คนมักลืมคิดทั้งสามทาง

อ่านบทความ12 นาที
ระบบเก่าที่ใช้มาสิบปี ควรเขียนใหม่หรือค่อย ๆ ปรับดี
AI และข้อมูล

Chatbot ที่ตอบจากเอกสารบริษัท (RAG) ทำงานยังไง และพลาดตรงไหนบ้าง

Day1Solution.tech

Chatbot ที่ตอบจากเอกสารของบริษัทใช้เทคนิคที่เรียกว่า RAG บทความนี้อธิบายว่ามันทำงานยังไง พลาดตรงไหนบ้าง โดยเฉพาะกับเอกสารภาษาไทย และวัดยังไงว่าตอบถูกจริง

อ่านบทความ11 นาที
Chatbot ที่ตอบจากเอกสารบริษัท (RAG) ทำงานยังไง และพลาดตรงไหนบ้าง

พิมพ์เพื่อค้นหาในบริการ ผลงาน ผลิตภัณฑ์ บทความ ข่าว ทีมงาน และคำถามที่พบบ่อย