ธุรกิจและงบประมาณอ่าน 13 นาที

ค่าจ้างเขียนโปรแกรมเท่าไหร่ วิธีประเมินงบก่อนเริ่มโปรเจกต์

ทำไมบริษัทซอฟต์แวร์ถึงตอบราคาทันทีไม่ได้ ตัวแปรอะไรบ้างที่กำหนดราคาจริง ช่วงราคาที่เจอในตลาดไทยเป็นเท่าไหร่ และต้องเตรียมอะไรไปคุยถึงจะได้ตัวเลขที่แม่น

คำถามแรกที่เราได้รับเกือบทุกครั้งคือ "ทำระบบนี้ราคาเท่าไหร่" และคำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือยังตอบไม่ได้ ไม่ใช่เพราะกั๊ก แต่เพราะคำว่า "ระบบจัดการงานภายใน" ครอบคลุมได้ตั้งแต่ฟอร์มกรอกข้อมูลหน้าเดียวราคาหลักหมื่น ไปจนถึงระบบที่ต้องเชื่อม ERP เดิม มีสิทธิ์ผู้ใช้หลายระดับ และต้องผ่านการตรวจความปลอดภัยของฝ่าย IT ราคาหลักล้าน บทความนี้อธิบายว่าอะไรทำให้ตัวเลขต่างกันสิบเท่า และคุณจะประเมินงบของตัวเองคร่าว ๆ ได้ยังไงก่อนเดินไปคุยกับใคร

ทำไมไม่มีใครบอกราคาได้ทันทีจากประโยคเดียว

ซอฟต์แวร์ไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูปที่มีป้ายราคาติดอยู่ ต้นทุนเกือบทั้งหมดคือเวลาของคน และเวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับว่าโจทย์ชัดแค่ไหน ถ้าโจทย์ยังอยู่ในหัวเป็นภาพกว้าง คนประเมินต้องเผื่อความไม่แน่นอนเอาไว้ ซึ่งแปลว่าราคาที่ได้จะสูงกว่าความเป็นจริง หรือไม่ก็ต่ำกว่าแล้วไปบานกลางทาง ทั้งสองแบบไม่ดีกับใครเลย

บริษัทที่ตอบราคาให้ทันทีตั้งแต่ยังไม่ถามอะไรเลย มักทำได้สองแบบ คือยัดโจทย์ของคุณเข้าเทมเพลตที่เขามีอยู่แล้ว หรือโยนตัวเลขต่ำ ๆ มาก่อนเพื่อปิดดีล แล้วค่อยคิดเพิ่มทีหลังเป็นงานนอกขอบเขต

ห้าตัวแปรที่กำหนดราคาจริง

1. จำนวนหน้าจอและบทบาทผู้ใช้

ตัวคูณที่แรงที่สุดไม่ใช่จำนวนฟีเจอร์ แต่เป็นจำนวนบทบาท ระบบที่มีผู้ใช้แบบเดียวกับระบบที่มีสี่บทบาท (พนักงาน หัวหน้า ฝ่ายบัญชี ผู้ดูแลระบบ) ไม่ได้ต่างกันแค่สี่เท่า เพราะแต่ละบทบาทเห็นข้อมูลคนละชุด ทำอะไรได้ไม่เท่ากัน และต้องทดสอบทุกทางแยกว่าไม่มีใครเห็นของที่ไม่ควรเห็น

2. ต้องเชื่อมกับระบบเดิมหรือเปล่า

ระบบที่อยู่ลำพังกับระบบที่ต้องคุยกับ SAP, Salesforce, ระบบบัญชี หรือเครื่องจักรหน้างาน คนละต้นทุนกันมาก งานเชื่อมต่อใช้เวลาไปกับสิ่งที่มองไม่เห็นจากภายนอก เช่น ข้อมูลสองฝั่งไม่ตรงกันจะเอาฝั่งไหนเป็นหลัก ระบบปลายทางล่มแล้วงานที่ค้างอยู่จะไปไหน และใครเป็นคนดูว่าซิงค์สำเร็จ

3. ข้อมูลเดิมต้องย้ายมาด้วยไหม

การย้ายข้อมูลเป็นงานที่ถูกประเมินต่ำเสมอ ข้อมูลจริงมักไม่สะอาดอย่างที่คิด ชื่อลูกค้าคนเดียวกันสะกดสามแบบ วันที่เป็นข้อความบ้างเป็นตัวเลขบ้าง ไฟล์แนบหายไปครึ่งหนึ่ง งานส่วนนี้ต้องมีคนนั่งไล่ดูจริง ไม่มีเครื่องมือไหนทำให้จบได้เอง

4. ระดับความปลอดภัยที่ต้องผ่าน

ระบบภายในทีมสิบคนกับระบบที่ต้องผ่านการตรวจของฝ่าย IT องค์กรใหญ่ หรือเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA มีงานที่ต้องทำเพิ่มคนละชุด ตั้งแต่การเก็บ log ว่าใครทำอะไรเมื่อไหร่ การเข้ารหัสข้อมูล ไปจนถึงเอกสารที่ต้องส่งให้ทีมตรวจสอบ

5. จะดูแลต่อยังไงหลังส่งมอบ

ราคาที่เห็นตอนเซ็นสัญญาคือค่าพัฒนา แต่ซอฟต์แวร์มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเสมอ ทั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ ค่าโดเมน ค่าบริการภายนอกที่ระบบเรียกใช้ และค่าดูแลแก้ไข ถ้าใบเสนอราคาไม่พูดถึงส่วนนี้เลย ให้ถามก่อนเซ็น

ช่วงราคาที่เจอจริงในตลาดไทย

ตัวเลขข้างล่างเป็นช่วงที่เราเปิดไว้ในหน้าผลงานของเราเอง ดูรายละเอียดของแต่ละงานได้ว่าขอบเขตแค่ไหนถึงได้ราคานั้น ไม่ใช่ตัวเลขลอย ๆ และไม่ใช่ราคากลางของทั้งอุตสาหกรรม

  • เว็บไซต์บริษัทหรือ Landing Page ที่เน้นงานออกแบบ ประมาณ 20,000 – 200,000 บาท
  • ระบบเฉพาะทางขนาดกลาง เช่น ระบบจัดการเอกสารหรือระบบอบรมภายใน ประมาณ 250,000 – 900,000 บาท
  • ระบบองค์กรที่ต้องเชื่อมกับระบบเดิมและมีผู้ใช้หลายบทบาท ประมาณ 500,000 – 2,000,000 บาท
  • แพลตฟอร์มที่มีทั้งเว็บ แอปมือถือ และหลังบ้าน ประมาณ 1,000,000 – 3,000,000 บาท

ช่วงกว้างขนาดนี้ไม่ได้แปลว่าตั้งราคามั่ว แต่แปลว่างานสองชิ้นที่เรียกชื่อเหมือนกันอาจมีขอบเขตต่างกันสามเท่า ตัวเลขจะแคบลงทันทีเมื่อคุยรายละเอียดแล้ว

ราคาที่ถูกผิดปกติมักแลกมากับอะไร

ราคาถูกไม่ได้แปลว่าแย่เสมอไป บางงานถูกเพราะทีมมีของเดิมที่เอามาต่อยอดได้จริง แต่ถ้าถูกกว่าเจ้าอื่นหลายเท่าโดยขอบเขตเท่ากัน ให้ถามหาสิ่งเหล่านี้ก่อน

  1. ส่งมอบซอร์สโค้ดให้ไหม หรือระบบอยู่บนบัญชีของผู้พัฒนาเท่านั้น
  2. มีเอกสารและคู่มือส่งมอบหรือเปล่า ถ้าเปลี่ยนทีมทีหลังจะรับช่วงต่อได้ไหม
  3. ทดสอบระดับไหน มีการทดสอบกับผู้ใช้จริงก่อนขึ้นระบบหรือไม่
  4. หลังส่งมอบแก้บั๊กให้กี่เดือน และนับจากวันไหน
  5. ค่าเซิร์ฟเวอร์กับบริการภายนอกใครจ่าย และปีละเท่าไหร่

ส่วนใหญ่ราคาที่ต่างกันมากมักอธิบายได้ด้วยคำตอบห้าข้อนี้ ไม่ใช่ด้วยฝีมือ

วิธีคุมงบไม่ให้บานกลางทาง

  • แบ่งเป็นเฟส เฟสแรกเอาแค่เส้นทางหลักที่สร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้จริง แล้วค่อยต่อเติมจากของที่ใช้งานแล้ว
  • ตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าอะไรคือ "นอกขอบเขต" และเปลี่ยนแปลงแล้วคิดเงินยังไง เขียนให้ชัดดีกว่าอาศัยความเกรงใจ
  • ให้คนที่จะใช้จริงเข้ามาดูตั้งแต่ตอนออกแบบหน้าจอ การแก้ตอนเป็นภาพร่างถูกกว่าการแก้ตอนเขียนเสร็จแล้วหลายสิบเท่า
  • อย่าสั่งฟีเจอร์ที่ "เผื่อไว้ก่อน" ในเฟสแรก ประสบการณ์บอกว่าส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกใช้

เตรียมอะไรไปคุยถึงจะได้ราคาที่แม่น

ไม่ต้องเตรียมเอกสารสเปกเป็นเล่ม แค่ตอบสี่คำถามนี้ได้ก็ทำให้การประเมินแคบลงมากแล้ว

  1. ตอนนี้งานนี้ทำยังไง ใครทำ ใช้เวลาเท่าไหร่ต่อครั้ง
  2. อะไรคือสิ่งที่เจ็บที่สุดในกระบวนการปัจจุบัน
  3. มีใครต้องใช้ระบบนี้บ้าง และแต่ละคนต้องเห็นอะไรไม่เห็นอะไร
  4. ต้องเชื่อมกับระบบไหนที่มีอยู่แล้วหรือเปล่า

ถ้าตอบได้แค่สองข้อก็คุยได้แล้ว ที่เหลือหาคำตอบร่วมกันระหว่างทางได้ สิ่งสำคัญคืออย่ารอจนสมบูรณ์แบบแล้วค่อยเริ่มคุย เพราะความชัดส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างคุย ไม่ใช่ก่อนคุย

คำถามที่พบบ่อย

ขอใบเสนอราคาโดยยังไม่มีสเปกละเอียดได้ไหม
ได้ ปกติจะออกเป็นช่วงราคาพร้อมเงื่อนไขว่าอิงจากสมมติฐานอะไรบ้าง แล้วค่อยแคบลงเมื่อขอบเขตชัดขึ้น ข้อดีของวิธีนี้คือคุณเห็นตั้งแต่ต้นว่าอะไรทำให้ราคาขยับ
จ่ายเป็นงวดได้ไหม
โดยทั่วไปงานพัฒนาซอฟต์แวร์แบ่งจ่ายตามงวดของงานที่ส่งมอบได้ เช่น งวดออกแบบ งวดพัฒนา และงวดส่งมอบ แต่ละงวดควรผูกกับสิ่งที่ตรวจรับได้จริง ไม่ใช่ผูกกับวันที่อย่างเดียว
ราคารวมค่าดูแลหลังส่งมอบหรือยัง
ต้องดูเป็นกรณีไป ส่วนใหญ่ค่าพัฒนาจะรวมการแก้บั๊กในช่วงรับประกันไว้แล้ว แต่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ค่าเซิร์ฟเวอร์ และบริการภายนอกมักแยกออกมา ควรถามให้ชัดก่อนเซ็น
ได้ซอร์สโค้ดไปด้วยไหม
ควรถามข้อนี้กับทุกเจ้าตั้งแต่ก่อนเริ่ม เพราะมีผลกับความเสี่ยงระยะยาวขององค์กรมากกว่าส่วนลดที่ได้ ถ้าโค้ดไม่ได้อยู่กับคุณ การเปลี่ยนผู้ดูแลในอนาคตจะกลายเป็นการทำใหม่ทั้งหมด

อยากให้ช่วยดูเคสของคุณโดยเฉพาะไหม

เล่าโจทย์มาคร่าว ๆ ได้เลย เราตีกรอบงบและระยะเวลาให้ฟรีตั้งแต่คุยครั้งแรก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทีมงานสองคนดูจอคอมพิวเตอร์ด้วยกันในออฟฟิศ
ธุรกิจและงบประมาณ

ค่าดูแลระบบหลังส่งมอบ มีอะไรบ้างและควรตั้งงบเท่าไหร่

Day1Solution.tech

ระบบที่ส่งมอบแล้วยังมีค่าใช้จ่ายต่อทุกเดือน บทความนี้แยกให้เห็นว่าค่าดูแลประกอบด้วยอะไร ต่างจากระยะประกันยังไง และควรกันงบปีละเท่าไหร่ถึงจะพอ

อ่านบทความ11 นาที
ค่าดูแลระบบหลังส่งมอบ มีอะไรบ้างและควรตั้งงบเท่าไหร่
AI และข้อมูล

Chatbot ที่ตอบจากเอกสารบริษัท (RAG) ทำงานยังไง และพลาดตรงไหนบ้าง

Day1Solution.tech

Chatbot ที่ตอบจากเอกสารของบริษัทใช้เทคนิคที่เรียกว่า RAG บทความนี้อธิบายว่ามันทำงานยังไง พลาดตรงไหนบ้าง โดยเฉพาะกับเอกสารภาษาไทย และวัดยังไงว่าตอบถูกจริง

อ่านบทความ11 นาที
Chatbot ที่ตอบจากเอกสารบริษัท (RAG) ทำงานยังไง และพลาดตรงไหนบ้าง
เทคโนโลยีและการพัฒนา

Vibe code แอปมาเองแล้ว จะ scale ระบบต่อยังไงไม่ให้พัง

Day1Solution.tech

แอปที่ vibe code มาเองเริ่มมีผู้ใช้จริง แต่แก้จุดหนึ่งแล้วอีกจุดพัง และไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัย บทความนี้ไล่สิ่งที่ต้องตรวจและวิธีพาแอปไปต่อโดยไม่ทิ้งของเดิม

อ่านบทความ12 นาที
Vibe code แอปมาเองแล้ว จะ scale ระบบต่อยังไงไม่ให้พัง

พิมพ์เพื่อค้นหาในบริการ ผลงาน ผลิตภัณฑ์ บทความ ข่าว ทีมงาน และคำถามที่พบบ่อย