ธุรกิจและงบประมาณอ่าน 11 นาที

ค่าดูแลระบบหลังส่งมอบ มีอะไรบ้างและควรตั้งงบเท่าไหร่

ระบบที่ส่งมอบแล้วยังมีค่าใช้จ่ายต่อทุกเดือน บทความนี้แยกให้เห็นว่าค่าดูแลประกอบด้วยอะไร ต่างจากระยะประกันยังไง และควรกันงบปีละเท่าไหร่ถึงจะพอ

คำถามที่มาเป็นอันดับสองรองจากราคาพัฒนา คือส่งมอบแล้วจบเลยไหม คำตอบคือไม่ และไม่ใช่เพราะงานทำไม่เสร็จ แต่เพราะซอฟต์แวร์วางอยู่บนของที่เปลี่ยนตลอดเวลา ทั้งระบบปฏิบัติการมือถือ เบราว์เซอร์ บริการภายนอกที่ระบบเรียกใช้ และกฎหมายที่เกี่ยวกับข้อมูล บทความนี้แยกให้เห็นว่าค่าดูแลประกอบด้วยอะไรบ้าง และควรกันงบไว้เท่าไหร่

คำว่าดูแลระบบ รวมอะไรบ้าง

คำนี้ถูกใช้กว้างจนคุยกันคนละเรื่องบ่อยมาก แยกออกเป็นสี่อย่างที่ราคาไม่เท่ากันแล้วจะคุยง่ายขึ้นทันที

1. แก้บั๊ก

ระบบทำงานไม่ตรงกับที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก ส่วนนี้ในช่วงประกันไม่ควรมีค่าใช้จ่าย เพราะเป็นงานที่ยังไม่เสร็จ ไม่ใช่งานใหม่

2. ดูแลให้ระบบยังรันได้

ต่ออายุใบรับรอง SSL อัปเดตไลบรารีที่มีช่องโหว่ ย้ายไปรุ่นใหม่เมื่อผู้ให้บริการเลิกรองรับรุ่นเดิม งานกลุ่มนี้ไม่มีใครเห็น แต่ถ้าไม่ทำ วันหนึ่งระบบจะเข้าไม่ได้เฉย ๆ

3. ปรับตามของที่เปลี่ยนรอบตัว

iOS กับ Android ออกรุ่นใหม่ปีละครั้งและมักมีอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่พัง ธนาคารเปลี่ยนรูปแบบไฟล์ ขนส่งเปลี่ยน API งานกลุ่มนี้ไม่ใช่บั๊กของใคร แต่ต้องมีคนแก้

4. เพิ่มของใหม่

ฟีเจอร์ที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตเดิม ส่วนนี้ไม่ใช่ค่าดูแล ควรคิดแยกเป็นงานพัฒนา การเหมารวมเข้าไปในสัญญาดูแลทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องเถียงกันทุกเดือนว่าอันไหนนับเป็นอะไร

ค่าใช้จ่ายที่เกิดทุกเดือนไม่ว่าจะแก้อะไรหรือไม่

ส่วนนี้มักไม่อยู่ในใบเสนอราคาค่าพัฒนา และเป็นตัวที่ทำให้งบปีถัดไปเกินโดยไม่ทันตั้งตัว

  • เซิร์ฟเวอร์หรือบริการคลาวด์ ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาทต่อเดือน ขึ้นกับจำนวนผู้ใช้และปริมาณข้อมูล
  • โดเมนและใบรับรอง SSL ปีละหลักร้อยถึงหลักพันบาท
  • บริการภายนอกที่ระบบเรียกใช้ เช่น SMS อีเมล แผนที่ หรือระบบชำระเงิน คิดตามปริมาณการใช้จริง
  • ค่าธรรมเนียมร้านแอปถ้ามีแอปมือถือ ฝั่ง Apple จ่ายรายปีราว 3,300 บาท ส่วน Google จ่ายครั้งเดียวราว 900 บาท
  • พื้นที่สำรองข้อมูล ซึ่งโตขึ้นทุกปีตามข้อมูลที่สะสม

ควรขอให้ผู้พัฒนาสรุปรายการนี้พร้อมตัวเลขต่อเดือนตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา และระบุให้ชัดว่าบัญชีเหล่านี้เปิดในชื่อใคร เพราะถ้าเปิดในชื่อผู้พัฒนาทั้งหมด การเปลี่ยนทีมดูแลทีหลังจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

ควรกันงบไว้ปีละเท่าไหร่

ตัวเลขที่ใช้กันเป็นหลักในอุตสาหกรรมคือราว 15–20% ของค่าพัฒนาต่อปี สำหรับระบบที่ยังมีการใช้งานจริงและต้องตามการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์ม

  • ระบบภายในที่ผู้ใช้ไม่เยอะและกระบวนการนิ่งแล้ว อาจต่ำกว่านั้น ราว 10%
  • ระบบที่มีแอปมือถือมักสูงกว่า เพราะต้องตามรุ่นใหม่ของ iOS และ Android ทุกปี
  • ระบบที่ต่อกับบริการภายนอกหลายเจ้า สูงตามจำนวนเจ้าที่ต่ออยู่ เพราะแต่ละเจ้าเปลี่ยนของตัวเองไม่พร้อมกัน

ตัวเลขนี้ไม่ใช่ค่าปรับ แต่คือค่าที่ทำให้ระบบยังใช้ได้ในปีหน้า ระบบที่ไม่ได้กันงบส่วนนี้ไว้ มักจบด้วยการต้องรื้อใหม่เร็วกว่าที่ควรหลายปี

ระยะประกันกับสัญญาดูแล ไม่ใช่อย่างเดียวกัน

ระยะประกันคือช่วงที่ผู้พัฒนารับผิดชอบแก้สิ่งที่ไม่ตรงกับขอบเขตเดิมโดยไม่คิดเงิน ในตลาดไทยอยู่ที่ประมาณ 3 เดือนถึง 1 ปี ของเราอยู่ที่ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นกับขอบเขตงาน

ส่วนสัญญาดูแลคือบริการต่อเนื่องหลังจากนั้น ซึ่งควรระบุเวลาตอบกลับและเวลาแก้ไขไว้ด้วย ไม่ใช่แค่จำนวนชั่วโมงต่อเดือน เพราะสิ่งที่องค์กรต้องการจริงคือความมั่นใจว่าเรื่องด่วนจะมีคนรับภายในกี่ชั่วโมง

สิ่งที่ควรระบุในสัญญาดูแล

  1. นิยามของบั๊กกับงานเพิ่ม พร้อมตัวอย่างสองสามข้อของแต่ละฝั่ง
  2. ระดับความรุนแรงของปัญหา และเวลาตอบกลับกับเวลาแก้ของแต่ละระดับ
  3. ช่องทางแจ้งปัญหาที่เป็นทางการ และเวลาทำการที่ครอบคลุม
  4. จำนวนชั่วโมงที่รวมอยู่ในค่าบริการ และอัตราคิดส่วนที่เกิน
  5. ใครถือบัญชีเซิร์ฟเวอร์ โดเมน และบัญชีร้านแอป
  6. เงื่อนไขการส่งมอบต่อถ้าเปลี่ยนทีมดูแล ทั้งซอร์สโค้ด ข้อมูล และสิทธิ์เข้าถึง

ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด สัญญาที่ไม่ได้เขียนทางออกไว้ ทำให้องค์กรเปลี่ยนผู้ดูแลไม่ได้แม้จะไม่พอใจ ซึ่งไม่ดีกับใครในระยะยาว

ถ้าไม่ดูแลเลยจะเกิดอะไรขึ้น

ระบบจะไม่พังในวันรุ่งขึ้น แต่จะค่อย ๆ เสื่อมในทางที่มองไม่เห็น ไลบรารีที่มีช่องโหว่ยังอยู่ในระบบ แอปเริ่มใช้ไม่ได้บนมือถือรุ่นใหม่ บริการภายนอกที่ต่ออยู่ประกาศเลิกรุ่นเดิมแล้วไม่มีใครรู้ จนถึงวันที่มันหยุดทำงานจริง ต้นทุนการกู้กลับมามักสูงกว่าค่าดูแลที่ประหยัดไว้หลายเท่า

เราใส่ค่าดูแลและค่าใช้จ่ายต่อเนื่องไว้ในใบเสนอราคาตั้งแต่รอบแรกเสมอ เพราะตัวเลขที่ครบตั้งแต่ต้นช่วยให้ตัดสินใจได้จริง มากกว่าตัวเลขที่ดูถูกแล้วโผล่มาทีหลัง

คำถามที่พบบ่อย

ระยะประกันของคุณกี่เดือน
6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นกับขอบเขตงาน นับจากวันที่ระบบขึ้นใช้งานจริง ไม่ใช่วันที่ส่งมอบไฟล์ ในช่วงนี้เราแก้สิ่งที่ไม่ตรงกับขอบเขตที่ตกลงไว้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ไม่ทำสัญญาดูแลได้ไหม
ได้ และเหมาะกับองค์กรที่มีทีม IT ของตัวเองรับช่วงต่อ เราส่งมอบซอร์สโค้ดพร้อมเอกสารให้อยู่แล้ว สิ่งที่ควรเตรียมคือคนที่รับผิดชอบเรื่องอัปเดตความปลอดภัยและการต่ออายุบริการต่าง ๆ
ค่าดูแลคิดเป็นรายเดือนหรือรายครั้ง
ทำได้ทั้งสองแบบ รายเดือนเหมาะกับระบบที่มีผู้ใช้จำนวนมากและหยุดไม่ได้ ส่วนรายครั้งเหมาะกับระบบภายในที่ใช้งานนิ่งแล้ว ข้อแลกเปลี่ยนคือแบบรายครั้งไม่มีการรับประกันเวลาตอบกลับ
ย้ายทีมดูแลไปเจ้าอื่นได้ไหม
ได้ ถ้าซอร์สโค้ด ข้อมูล และบัญชีบริการต่าง ๆ อยู่ในชื่อขององค์กรตั้งแต่ต้น จุดนี้ควรตรวจก่อนเซ็นสัญญาพัฒนา ไม่ใช่ตอนที่อยากย้ายแล้ว

อยากให้ช่วยดูเคสของคุณโดยเฉพาะไหม

เล่าโจทย์มาคร่าว ๆ ได้เลย เราตีกรอบงบและระยะเวลาให้ฟรีตั้งแต่คุยครั้งแรก

บทความที่เกี่ยวข้อง

โน้ตบุ๊กเปิดหน้าจอโค้ดโปรแกรมวางอยู่บนโต๊ะทำงานข้างสมุดบันทึก
ธุรกิจและงบประมาณ

ค่าจ้างเขียนโปรแกรมเท่าไหร่ วิธีประเมินงบก่อนเริ่มโปรเจกต์

Day1Solution.tech

ทำไมบริษัทซอฟต์แวร์ถึงตอบราคาทันทีไม่ได้ ตัวแปรอะไรบ้างที่กำหนดราคาจริง ช่วงราคาที่เจอในตลาดไทยเป็นเท่าไหร่ และต้องเตรียมอะไรไปคุยถึงจะได้ตัวเลขที่แม่น

อ่านบทความ13 นาที
ค่าจ้างเขียนโปรแกรมเท่าไหร่ วิธีประเมินงบก่อนเริ่มโปรเจกต์
AI และข้อมูล

Chatbot ที่ตอบจากเอกสารบริษัท (RAG) ทำงานยังไง และพลาดตรงไหนบ้าง

Day1Solution.tech

Chatbot ที่ตอบจากเอกสารของบริษัทใช้เทคนิคที่เรียกว่า RAG บทความนี้อธิบายว่ามันทำงานยังไง พลาดตรงไหนบ้าง โดยเฉพาะกับเอกสารภาษาไทย และวัดยังไงว่าตอบถูกจริง

อ่านบทความ11 นาที
Chatbot ที่ตอบจากเอกสารบริษัท (RAG) ทำงานยังไง และพลาดตรงไหนบ้าง
เทคโนโลยีและการพัฒนา

Vibe code แอปมาเองแล้ว จะ scale ระบบต่อยังไงไม่ให้พัง

Day1Solution.tech

แอปที่ vibe code มาเองเริ่มมีผู้ใช้จริง แต่แก้จุดหนึ่งแล้วอีกจุดพัง และไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัย บทความนี้ไล่สิ่งที่ต้องตรวจและวิธีพาแอปไปต่อโดยไม่ทิ้งของเดิม

อ่านบทความ12 นาที
Vibe code แอปมาเองแล้ว จะ scale ระบบต่อยังไงไม่ให้พัง

พิมพ์เพื่อค้นหาในบริการ ผลงาน ผลิตภัณฑ์ บทความ ข่าว ทีมงาน และคำถามที่พบบ่อย